เช็กลิสต์ก่อนเซ็นสัญญากับ Digital Marketing agency ต้องดูอะไรบ้าง
ก่อนเซ็นสัญญากับ Digital Marketing agency ควรเช็กห้าเรื่องหลักให้ครบก่อน คือขอบเขตงาน ระยะเวลาผูกมัดและเงื่อนไขยกเลิก ความเป็นเจ้าของบัญชีและข้อมูล ช่องทางกับความถี่ของการรายงานผล และสัญญาณอันตรายที่ควรระวัง ปัญหาที่ธุรกิจเจอบ่อยส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากฝีมือทีม แต่มาจากการตกลงกันไม่ชัดตั้งแต่ต้น บทความนี้รวมรายการที่ควรตรวจก่อนวางลายเซ็นเพื่อกันปัญหาที่ตามมาทีหลัง
ขอบเขตงานในสัญญาต้องระบุอะไรบ้าง
ขอบเขตงานหรือ Scope of Work คือหัวใจของสัญญา เพราะเป็นตัวบอกว่าคุณจ่ายเงินแลกกับงานอะไรบ้าง ถ้าเขียนกว้างเกินไปมักนำไปสู่ความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน
- ช่องทางที่ดูแล เช่นโฆษณาแพลตฟอร์มไหนบ้าง
- ปริมาณงานที่จับต้องได้ เช่นจำนวนแคมเปญหรือชิ้นงานต่อเดือน
- งานที่รวมและงานที่คิดเพิ่มแยก เช่นการถ่ายทำหรือผลิตวิดีโอ
- ใครรับผิดชอบส่วนไหน ระหว่างทีมกับฝั่งคุณ
ยิ่งระบุเป็นรูปธรรมได้มากเท่าไหร่ โอกาสเข้าใจผิดกลางทางก็ยิ่งน้อยลง ถ้าข้อไหนคลุมเครือ ให้ขอเขียนเพิ่มให้ชัดก่อนเซ็น
ระยะเวลาผูกมัดและเงื่อนไขยกเลิกดูยังไง
หลายสัญญามีระยะเวลาผูกมัดขั้นต่ำ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่คุณควรรู้เงื่อนไขให้ครบก่อนตกลง โดยเฉพาะทางออกหากงานไม่เป็นไปตามที่คุย
- ผูกมัดขั้นต่ำกี่เดือน และถ้ายกเลิกก่อนมีค่าปรับไหม
- ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วันก่อนยกเลิก
- ถ้าผลไม่เป็นไปตามเป้า มีเงื่อนไขปรับแผนหรือหยุดยังไง
ข้อควรระวังคือสัญญาที่ผูกมัดยาวมากโดยไม่มีทางออกที่ชัด เพราะถ้างานไม่เวิร์ก คุณอาจติดอยู่กับดีลที่ออกยาก ควรมองหาความยืดหยุ่นที่เป็นธรรมกับทั้งสองฝั่ง
ใครเป็นเจ้าของบัญชีโฆษณาและข้อมูล
เรื่องนี้มักถูกมองข้ามจนเกิดปัญหาตอนจะเลิกจ้าง หลักที่ปลอดภัยคือบัญชีโฆษณา ข้อมูลลูกค้า และผลงานที่สร้างขึ้นควรเป็นของธุรกิจคุณ ไม่ใช่ของ agency
| สิ่งที่ต้องเช็ก | ควรเป็นของใคร |
|---|---|
| บัญชีโฆษณาและ Pixel | ธุรกิจของคุณ |
| ข้อมูลลูกค้าและลีดที่เก็บได้ | ธุรกิจของคุณ |
| ชิ้นงานและคอนเทนต์ที่ผลิต | ตกลงให้ชัดในสัญญา |
| รายงานและข้อมูลผลลัพธ์ | เข้าถึงได้เต็มที่ |
ถ้าบัญชีเป็นของ agency พอเลิกจ้างคุณอาจเสียทั้งข้อมูลและประวัติการเรียนรู้ของแคมเปญ ควรตกลงให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าเมื่อจบงานแล้วส่งมอบอะไรคืนบ้าง
รายงานผลควรบอกอะไรบ้าง
รายงานที่ดีไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยๆ แต่ต้องเชื่อมกับเป้าหมายธุรกิจและอ่านแล้วเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนเซ็นควรถามให้ชัดว่ารายงานมาบ่อยแค่ไหนและมีอะไรบ้าง
- ความถี่ เช่นทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน
- ตัวชี้วัดที่ผูกกับเป้าจริง เช่นยอดขาย ลีด หรือ ROAS ไม่ใช่แค่ยอดวิว
- เงินไปที่ค่าโฆษณาเท่าไหร่ ค่าบริการเท่าไหร่
- สิ่งที่จะทำต่อในรอบถัดไปและเหตุผล
ความโปร่งใสในรายงานคือสัญญาณที่ดีว่าทีมทำงานตรงไปตรงมา ถ้ารายงานคลุมเครือหรือหลีกเลี่ยงตัวเลขที่สำคัญ นั่นเป็นเรื่องที่ควรถามให้ชัดก่อนตกลง
มีสัญญาณอันตรายอะไรที่ควรระวังก่อนเซ็น
นอกจากเช็กสิ่งที่ควรมี ควรระวังสัญญาณที่บอกว่าอาจมีปัญหาตามมา เช่นการสัญญาผลลัพธ์เกินจริง การเลี่ยงไม่ยอมเขียนขอบเขตงานให้ชัด หรือไม่ยอมให้คุณเป็นเจ้าของบัญชีโฆษณา สิ่งเหล่านี้มักกลายเป็นปมปัญหาในภายหลัง
ทางที่ช่วยลดความเสี่ยงคือขอดูตัวอย่างสัญญาและรายงานจริงก่อนตัดสินใจ ทีม ปรึกษาทีม Next Rocket ยินดีให้ดูตัวอย่างสัญญาที่เขียนขอบเขตงานและเงื่อนไขไว้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ เราทำงานกับแบรนด์มากกว่า 50 แบรนด์ตั้งแต่ปี 2018 และช่วยธุรกิจสร้างมูลค่า Conversion รวมกว่า 150 ล้านบาท จึงเข้าใจดีว่าความชัดเจนตั้งแต่ต้นช่วยให้ความร่วมมือราบรื่นกว่า
คำถามที่พบบ่อย
ควรขอทดลองงานสั้นๆ ก่อนเซ็นสัญญายาวไหม
เป็นความคิดที่ดีถ้าทำได้ การเริ่มด้วยงานช่วงสั้นหรือโปรเจกต์เล็กช่วยให้เห็นวิธีทำงานและการสื่อสารจริงก่อนผูกมัดยาว แต่ควรเข้าใจว่างานอย่างโฆษณาและ SEO ต้องใช้เวลาสะสม การประเมินจึงควรดูที่กระบวนการทำงานมากกว่าผลลัพธ์ในไม่กี่วัน
ถ้าสัญญาไม่ระบุเรื่องเจ้าของบัญชี ควรทำยังไง
ควรขอเพิ่มข้อนี้ก่อนเซ็น ระบุให้ชัดว่าบัญชีโฆษณา ข้อมูลลูกค้า และผลงานเป็นของธุรกิจคุณ และเมื่อจบงานแล้วต้องส่งมอบคืน การเขียนไว้ตั้งแต่ต้นช่วยกันปัญหาตอนเปลี่ยนทีมหรือเลิกจ้างในอนาคต
รายงานทุกเดือนพอไหม หรือควรถี่กว่านั้น
ขึ้นกับประเภทงานและงบ งานโฆษณาที่ใช้งบสูงและปรับบ่อยอาจต้องดูข้อมูลถี่กว่ารายเดือน ส่วนงานที่สะสมระยะยาวอย่าง SEO รายงานรายเดือนก็มักพอ สิ่งสำคัญคือคุณเข้าถึงข้อมูลได้เมื่ออยากดู ไม่ใช่รอรายงานอย่างเดียว