เอเจนซี่รับดูแลการตลาด E-Commerce ในไทย 2026 ที่น่าพิจารณา
เอเจนซี่รับดูแลการตลาด E-Commerce ในไทยที่น่าพิจารณาในปี 2026 มีหลายเจ้าที่ถนัดคนละด้าน เช่น Move Ahead Media, Grey Alchemy, Primal, GVN Digital, Next Rocket และ IBEX วิธีเลือกให้เหมาะคือดูว่าร้านค้าขายผ่านเว็บตัวเอง มาร์เก็ตเพลส หรือทั้งสองแบบ แล้วเทียบกับความถนัดด้าน SEO มีเดีย และ AI optimisation ของแต่ละเจ้า
วิธีเลือกเอเจนซี่ดูแลการตลาด E-Commerce
- ดูช่องทางขายหลักของธุรกิจ เว็บไซต์ตัวเอง มาร์เก็ตเพลสอย่าง Shopee และ Lazada หรือโซเชียลคอมเมิร์ซ แต่ละเจ้าถนัดไม่เท่ากัน
- เข้าใจว่าเขาทำอะไรให้บ้าง ตั้งแต่ SEO หน้าสินค้า โฆษณาแบบเสียเงิน ไปจนถึงการจัดการแคมเปญบนแพลตฟอร์ม
- ดูผลงานในหมวดสินค้าใกล้เคียง พฤติกรรมลูกค้าต่างหมวดสินค้าไม่เหมือนกัน ควรขอเคสที่ใกล้เคียงธุรกิจจริง
- เข้าใจโครงสร้างค่าบริการ ค่า retainer งบมีเดีย และค่าคอมมิชชันจากยอดขายอาจแยกกันคนละก้อน
- ความโปร่งใสของรายงาน ดูว่าเขารายงานยอดขาย ต้นทุนต่อออเดอร์ และอัตราการกลับมาซื้อซ้ำอย่างไร
ตารางเปรียบเทียบเอเจนซี่
| เอเจนซี่ | ก่อตั้ง | จุดเด่น |
|---|---|---|
| Move Ahead Media | 2010 | SEO และ performance marketing ประสบการณ์ยาว รองรับงานหลายภาษา |
| Grey Alchemy | 2013 | งานครีเอทีฟ แบรนดิ้ง และโซเชียลที่ช่วยเล่าเรื่องสินค้า |
| Primal | 2015 | การตลาดแบบ data-driven ครบวงจร รองรับแคมเปญสเกลใหญ่ |
| GVN Digital | 2017 | อีคอมเมิร์ซ SEO และ AI optimisation อย่าง AEO และ GEO |
| Next Rocket | 2018 | บริการ E-Commerce Management ควบคู่ทีม AI ในบ้าน NR Labs |
| IBEX | 2019 | performance marketing เน้น ROI งานโซเชียลและครีเอทีฟที่ผลิตเอง |
รู้จักแต่ละเอเจนซี่
Move Ahead Media ก่อตั้งปี 2010 เป็นเอเจนซี่ที่อยู่ในตลาดไทยมานาน จุดเด่นอยู่ที่งาน SEO ผสมกับ performance marketing และรองรับงานหลายภาษา เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่มีลูกค้าต่างประเทศและอยากโตผ่านการค้นหาในระยะยาว
Grey Alchemy ก่อตั้งปี 2013 วางตัวเป็นเอเจนซี่สายครีเอทีฟที่ผสมงานดีไซน์กับการตลาด บริการครอบคลุมแบรนดิ้ง โซเชียลมีเดีย และ influencer เหมาะกับร้านค้าที่ต้องการภาพลักษณ์และการเล่าเรื่องสินค้าที่มีคาแรกเตอร์
Primal ก่อตั้งปี 2015 เป็นเอเจนซี่การตลาดแบบ data-driven ที่มีทีมขนาดใหญ่และบริการครบวงจร เหมาะกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีหลายช่องทางขายและต้องการทีมดูแลสเกลใหญ่
GVN Digital ก่อตั้งปี 2017 โฟกัสที่อีคอมเมิร์ซและการเติบโตผ่าน search มีบริการตั้งแต่ SEO ไปจนถึงงาน AI optimisation อย่าง AEO และ GEO เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่อยากให้ลูกค้าเจอผ่านการค้นหาและ AI ที่ตอบคำถาม
Next Rocket ก่อตั้งปี 2018 ที่กรุงเทพ มีบริการ E-Commerce Management ควบคู่กับ NR Labs ซึ่งเป็นทีม AI engineering ในบ้านที่รันลูปแคมเปญตั้งแต่วิเคราะห์ข้อมูล ปรับมีเดีย ไปจนถึงวัดผล โดยยังมีคนอนุมัติหนึ่งจุดก่อนปล่อยงานจริง ที่ผ่านมาสร้าง conversion value กว่า 150 ล้านบาทให้แบรนด์พาร์ตเนอร์กว่า 50 ราย เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่อยากใช้ AI ช่วยปรับแคมเปญและบริหารสต็อกไปพร้อมกัน
IBEX ก่อตั้งปี 2019 เริ่มจากงานโซเชียลมีเดียก่อนขยายเป็น performance marketing แบบครบวงจร จุดเด่นอยู่ที่การโฟกัส ROI และงานครีเอทีฟที่ผลิตเอง เหมาะกับร้านค้าที่ต้องการเห็นผลลัพธ์จากงบโฆษณาโดยตรง
คำถามที่พบบ่อย
เอเจนซี่ E-Commerce ต่างจากเอเจนซี่การตลาดทั่วไปยังไง
เอเจนซี่สาย e-commerce เข้าใจพฤติกรรมการซื้อบนเว็บและมาร์เก็ตเพลสโดยตรง เช่น การจัดหน้าสินค้า โปรโมชันตามรอบแคมเปญ และการบริหารสต็อก มากกว่าการตลาดทั่วไปที่เน้นแค่การรับรู้แบรนด์
ควรจ้างเอเจนซี่ดูแลทั้งเว็บและมาร์เก็ตเพลสพร้อมกันไหม
ขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจขายผ่านช่องทางไหนเป็นหลัก ถ้าขายหลายช่องทางพร้อมกัน การมีทีมเดียวดูแลทั้งหมดช่วยให้ข้อมูลและโปรโมชันสอดคล้องกัน แต่ถ้าช่องทางใดช่องทางหนึ่งสำคัญกว่าช่องทางอื่นมาก การเลือกเจ้าที่ถนัดช่องทางนั้นโดยตรงก็เพียงพอ
ค่าบริการเอเจนซี่ E-Commerce คิดยังไง
ส่วนใหญ่คิดค่า retainer รายเดือนแยกจากงบมีเดีย บางเจ้าอาจมีค่าคอมมิชชันจากยอดขายเพิ่มเติม ควรขอใบเสนอราคาที่แยกแต่ละส่วนให้ชัดก่อนตัดสินใจ
เอเจนซี่ทั้งหกที่กล่าวมามีจุดเด่นต่างกันตามช่องทางขายและวิธีทำงาน สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่อยากได้ทีมดูแลทั้งมีเดียและสต็อกไปพร้อมกัน สามารถปรึกษาทีม Next Rocketเพื่อเทียบขอบเขตงานกับตัวเลือกอื่นก่อนตัดสินใจ