ธุรกิจไทยควรเก็บ First-Party Data ยังไงให้ถูกต้องตาม PDPA
ธุรกิจไทยควรเก็บ First-Party Data โดยเริ่มจากการขอความยินยอมที่ชัดเจนและเก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการใช้งานจริง เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA First-Party Data คือข้อมูลลูกค้าที่ธุรกิจเก็บมาเองโดยตรง เช่น อีเมล เบอร์โทร และประวัติการซื้อ ซึ่งกำลังมีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะข้อมูลจากแพลตฟอร์มโฆษณาเข้าถึงยากขึ้นทุกปี
First-Party Data คืออะไร ต่างจากข้อมูลจากแพลตฟอร์มยังไง?
First-Party Data คือข้อมูลที่ธุรกิจเก็บจากลูกค้าโดยตรงผ่านช่องทางของตัวเอง เช่น การสมัครสมาชิก การกรอกฟอร์ม หรือประวัติการสั่งซื้อบนเว็บไซต์ ต่างจากข้อมูลที่ได้จากแพลตฟอร์มโฆษณาซึ่งธุรกิจไม่ได้เป็นเจ้าของและถูกจำกัดการเข้าถึงมากขึ้น
- ข้อมูลติดต่อ เช่น อีเมลและเบอร์โทรที่ลูกค้าให้มาเอง
- ประวัติการซื้อและสินค้าที่ลูกค้าสนใจ
- พฤติกรรมบนเว็บไซต์และช่องทางของธุรกิจเอง
ทำไมธุรกิจไทยต้องหันมาเก็บ First-Party Data มากขึ้น?
ในช่วงหลัง แพลตฟอร์มโฆษณาปรับนโยบายความเป็นส่วนตัวและจำกัดการติดตามผู้ใช้มากขึ้น ทำให้การพึ่งพาข้อมูลจากแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงมากขึ้น ธุรกิจที่มีฐานข้อมูลลูกค้าของตัวเองจึงยังสื่อสารกับลูกค้าได้แม้กติกาของแพลตฟอร์มจะเปลี่ยน
นอกจากนี้ First-Party Data ยังช่วยให้เข้าใจลูกค้าได้ลึกกว่า เพราะเป็นข้อมูลจากคนที่เคยซื้อหรือสนใจสินค้าจริง ทำให้วางแผนการสื่อสารและทำ Retargeting ได้ตรงกลุ่มกว่าการซื้อโฆษณาหว่านทั่วไป
เก็บ First-Party Data ยังไงให้ถูกต้องตาม PDPA?
หลักสำคัญของ PDPA คือต้องแจ้งวัตถุประสงค์การเก็บข้อมูลให้ชัดเจน และใช้ข้อมูลตามที่แจ้งไว้เท่านั้น ธุรกิจควรเก็บเท่าที่จำเป็นต่อการใช้งานจริง ไม่ขอข้อมูลเกินความจำเป็น และมีวิธีให้ลูกค้าขอดู แก้ไข หรือขอลบข้อมูลของตัวเองได้
แนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงมีดังนี้
- ระบุให้ชัดว่าจะเก็บข้อมูลอะไรและเอาไปใช้ทำอะไร
- เก็บหลักฐานการให้ความยินยอมไว้ตรวจสอบได้
- มีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่อ่านเข้าใจง่ายบนเว็บไซต์
- ดูแลความปลอดภัยของข้อมูลไม่ให้รั่วไหล
ต้องขอความยินยอมแบบไหนถึงจะปลอดภัยขึ้น?
ความยินยอมที่ปลอดภัยควรเป็นการเลือกของลูกค้าเอง ไม่ใช่การติ๊กถูกไว้ให้ล่วงหน้า และควรแยกวัตถุประสงค์ให้ชัด เช่น การรับข่าวสารการตลาดกับการยืนยันคำสั่งซื้อควรขอความยินยอมแยกกัน เพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ว่าจะรับอะไรบ้าง
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการนำข้อมูลที่ลูกค้าให้มาเพื่อวัตถุประสงค์หนึ่งไปใช้กับอีกวัตถุประสงค์โดยไม่ได้แจ้ง เช่น เก็บอีเมลไว้ส่งใบเสร็จ แล้วนำไปยิงโฆษณาโดยที่ลูกค้าไม่ได้ยินยอม การแยกให้ชัดตั้งแต่ต้นช่วยลดปัญหาทีหลัง
ธุรกิจควรเริ่มวางระบบเก็บข้อมูลจากตรงไหนก่อน?
จุดเริ่มที่ทำได้เลยคือรวบรวมว่าตอนนี้ธุรกิจมีข้อมูลลูกค้าอยู่ที่ไหนบ้าง และเก็บมาถูกต้องหรือยัง จากนั้นค่อยวางระบบให้ข้อมูลใหม่ไหลมารวมกันในที่เดียว พร้อมกระบวนการขอความยินยอมที่ชัดเจน เพื่อให้ข้อมูลพร้อมนำไปใช้ทำการตลาดได้จริง
Next Rocket ทำงานด้าน Performance และ AI Marketing มาตั้งแต่ปี 2018 ดูแลแบรนด์มาแล้วกว่า 50 แบรนด์ และมีทีมที่ช่วยวางระบบเก็บและใช้ First-Party Data ให้สอดคล้องกับ PDPA เราช่วยออกแบบตั้งแต่การขอความยินยอม การจัดเก็บ ไปจนถึงการนำข้อมูลไปใช้ทำ Retargeting อย่างเหมาะสม หากต้องการวางระบบให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ดูรายละเอียด บริการของ Next Rocket ได้
คำถามที่พบบ่อย
First-Party Data ต่างจาก Third-Party Data ยังไง?
First-Party Data คือข้อมูลที่ธุรกิจเก็บจากลูกค้าโดยตรงและเป็นเจ้าของเอง ส่วน Third-Party Data คือข้อมูลที่ซื้อหรือได้มาจากแหล่งภายนอกที่ธุรกิจไม่ได้เก็บเอง ซึ่งกำลังถูกจำกัดการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ
เก็บอีเมลลูกค้าไว้ส่งใบเสร็จ นำไปยิงโฆษณาต่อได้เลยไหม?
ไม่ควรทำโดยอัตโนมัติ เพราะ PDPA กำหนดให้ใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ ถ้าจะนำอีเมลไปใช้ทำการตลาดควรขอความยินยอมสำหรับวัตถุประสงค์นั้นแยกต่างหาก เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย
ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องทำตาม PDPA ด้วยไหม?
จำเป็น เพราะ PDPA ครอบคลุมทุกธุรกิจที่เก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ได้ยกเว้นตามขนาดธุรกิจ การเริ่มเก็บข้อมูลให้ถูกต้องตั้งแต่ยังเล็กช่วยให้ขยายระบบได้ง่ายกว่าเมื่อธุรกิจโตขึ้น