Marketing Automation คืออะไร ต่างจากการยิงแอดทั่วไปยังไง
Marketing Automation คือระบบที่ส่งข้อความหรือทำงานการตลาดให้อัตโนมัติตามพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละคน ต่างจากการยิงแอดทั่วไปที่ส่งข้อความชุดเดียวถึงคนจำนวนมากแล้วจบเป็นครั้งๆ จุดต่างสำคัญคือ Automation ทำงานต่อเนื่องเองหลังตั้งค่าครั้งเดียว และปรับสิ่งที่ลูกค้าเห็นตามว่าเขาทำอะไรมาก่อน บทความนี้อธิบายว่าระบบนี้ทำงานยังไง ต่างจากการยิงแอดตรงไหน และเหมาะกับธุรกิจขนาดไหน
Marketing Automation คืออะไร ทำงานยังไง
Marketing Automation คือการตั้งเงื่อนไขไว้ล่วงหน้าว่า ถ้าลูกค้าทำอย่างหนึ่ง ให้ระบบตอบสนองอีกอย่างโดยอัตโนมัติ เช่น ถ้าลูกค้าสมัครรับข่าวสาร ให้ส่งอีเมลต้อนรับทันที หรือถ้าลูกค้าใส่สินค้าในตะกร้าแล้วไม่จ่าย ให้ส่งข้อความเตือนหลังผ่านไปหนึ่งวัน
หัวใจคือระบบทำงานตามพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละคน ไม่ใช่ส่งเวลาเดียวกันถึงทุกคน เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้ว มันเดินเองตลอดโดยไม่ต้องมีคนคอยกดส่งทีละครั้ง
ต่างจากการยิงแอดทั่วไปตรงไหน
ความต่างหลักอยู่ที่จังหวะและความต่อเนื่อง
- การยิงแอดทั่วไป คือส่งข้อความชุดเดียวถึงกลุ่มเป้าหมายพร้อมกัน จบเป็นครั้งๆ พอแคมเปญจบก็หยุด
- Marketing Automation คือลำดับข้อความที่ทยอยส่งตามการกระทำของลูกค้า คนที่เพิ่งรู้จักแบรนด์กับคนที่เคยซื้อแล้วจะได้รับข้อความคนละแบบ
อีกจุดคือแอดเน้นดึงคนใหม่เข้ามา ส่วน Automation เน้นดูแลคนที่เข้ามาแล้วให้เดินหน้าไปสู่การซื้อและกลับมาซื้อซ้ำ สองอย่างนี้ไม่ได้แทนกัน แต่ทำงานคนละหน้าที่ในเส้นทางเดียวกัน
ตัวอย่างการใช้งานจริงของธุรกิจ
ตัวอย่างที่ธุรกิจนำไปใช้ได้จริง
- ต้อนรับลูกค้าใหม่ ส่งลำดับข้อความแนะนำแบรนด์และสินค้าหลังสมัครหรือซื้อครั้งแรก
- เตือนตะกร้าที่ค้างไว้ ส่งข้อความถึงคนที่เกือบซื้อแต่ยังไม่จ่าย
- ดูแลลูกค้าเก่า ส่งข้อเสนอเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้กลับมาซื้อนานแล้ว
- แนะนำสินค้าต่อเนื่อง เสนอสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ลูกค้าเคยซื้อ
ทั้งหมดนี้ตั้งค่าครั้งเดียวแล้วทำงานเองกับลูกค้าทุกคนที่เข้าเงื่อนไข ทำให้ดูแลลูกค้าได้ทั่วถึงโดยไม่ต้องเพิ่มคนตามส่งทีละราย
ธุรกิจขนาดไหนถึงเหมาะกับการทำ Automation
Automation เหมาะกับธุรกิจที่เริ่มมีลูกค้ามากพอจนดูแลด้วยมือไม่ทัน หรือมีขั้นตอนที่ต้องส่งข้อความซ้ำๆ เหมือนกันทุกครั้ง
ธุรกิจขนาดกลางที่มีฐานลูกค้าสะสมและขายสินค้าที่ลูกค้าซื้อซ้ำได้ มักได้ประโยชน์ชัดเจน ส่วนธุรกิจเล็กที่เพิ่งเริ่ม อาจยังไม่ต้องรีบทำระบบซับซ้อน แต่เริ่มจากอีเมลต้อนรับหรือข้อความตามหลังการซื้อก่อนก็พอ แล้วค่อยขยายเมื่อฐานลูกค้าโตขึ้น สิ่งที่ควรระวังคืออย่าสร้างระบบที่ซับซ้อนเกินกว่าที่ธุรกิจจะดูแลไหว
เริ่มต้นทำ Marketing Automation จากตรงไหน
เริ่มจากขั้นตอนง่ายๆ ก่อน ไม่ต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน
- เลือกจุดที่มีผลต่อยอดขายชัดก่อน เช่น เตือนตะกร้าที่ค้างไว้
- เขียนลำดับข้อความให้สั้นและตรงประเด็น สองถึงสามข้อความก็พอ
- ตั้งเงื่อนไขว่าจะส่งเมื่อลูกค้าทำอะไรและเว้นระยะนานแค่ไหน
- ดูผลสักช่วงแล้วค่อยปรับ ก่อนขยายไปทำจุดอื่นเพิ่ม
การเริ่มเล็กๆ แล้วขยายทีละส่วน ช่วยให้เห็นว่าอันไหนได้ผลจริงก่อนลงแรงกับระบบที่ใหญ่ขึ้น
Next Rocket ช่วยวางระบบ Marketing Automation ยังไง
ปัญหาที่พบบ่อยคือธุรกิจลงทุนวางระบบ Automation ที่ซับซ้อนจนไม่มีใครในทีมใช้ต่อได้ ระบบที่ดีต้องเหมาะกับขนาดธุรกิจและใช้งานได้จริงหลังส่งมอบ Next Rocket ทำการตลาดที่วัดผลได้มาตั้งแต่ปี 2018 และดูแลให้แบรนด์มากกว่า 50 แบรนด์ จึงวางระบบให้พอดีกับที่ธุรกิจดูแลไหว ไม่ใช่ใหญ่เกินจำเป็น
ถ้าอยากเริ่มทำ Marketing Automation ที่ใช้งานได้จริง บริการของ Next Rocket ช่วยออกแบบระบบให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ หรือ ปรึกษาทีม Next Rocket เพื่อดูว่าควรเริ่มทำ Automation จุดไหนก่อน
คำถามที่พบบ่อย
Marketing Automation ต้องใช้เครื่องมือแพงไหม
มีตั้งแต่เครื่องมือที่เริ่มใช้ได้ในงบต่ำไปจนถึงระบบใหญ่สำหรับองค์กร ช่วงเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องใช้ตัวแพง เลือกเครื่องมือที่ทำสิ่งที่ต้องการได้ก่อน แล้วค่อยอัปเกรดเมื่อความต้องการซับซ้อนขึ้น
Automation จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุยกับหุ่นยนต์ไหม
ขึ้นกับวิธีเขียนข้อความ ถ้าเขียนให้เป็นธรรมชาติและส่งตรงจังหวะที่ลูกค้าสนใจจริง ลูกค้ามักรู้สึกว่าได้รับการดูแลตรงเวลามากกว่ารู้สึกว่าคุยกับระบบ ปัญหาเกิดตอนส่งไม่ตรงบริบทมากกว่า
ทำ Automation แล้วยังต้องยิงแอดอยู่ไหม
ยังต้อง เพราะสองอย่างทำคนละหน้าที่ แอดดึงคนใหม่เข้ามา ส่วน Automation ดูแลคนที่เข้ามาแล้ว ถ้าหยุดยิงแอด ก็จะไม่มีคนใหม่เข้าระบบให้ Automation ดูแลต่อ