การตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจโรงแรมและที่พัก ทำยังไงให้คนจองตรงมากขึ้น
ธุรกิจโรงแรมและที่พักเพิ่มการจองตรงได้โดยลดการพึ่งพา OTA และสร้างเหตุผลให้ลูกค้าเลือกจองผ่านเว็บไซต์ของตัวเอง เช่นราคาหรือสิทธิพิเศษที่หาไม่ได้บนแพลตฟอร์มจองทั่วไป OTA คือแพลตฟอร์มตัวกลางรับจองที่พักที่หักค่าคอมมิชชันจากทุกการจอง การดึงลูกค้ากลับมาจองตรงจึงช่วยรักษากำไรและได้ข้อมูลลูกค้าไว้ทำการตลาดต่อ บทความนี้สรุปแนวทางเพิ่มสัดส่วนการจองตรงและการวางแคมเปญให้ต่างกันตามฤดูกาลท่องเที่ยว
ทำไมการพึ่งพา OTA อย่างเดียวถึงกดดันกำไรของที่พัก
OTA ช่วยให้ที่พักถูกเจอโดยนักท่องเที่ยวจำนวนมากตั้งแต่วันแรก ข้อดีนี้จริง แต่มาพร้อมค่าคอมมิชชันที่หักจากทุกการจอง เมื่อยอดจองส่วนใหญ่มาจาก OTA กำไรต่อห้องจึงถูกบีบลงอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาอีกข้อคือข้อมูลลูกค้าส่วนใหญ่อยู่กับแพลตฟอร์ม ไม่ได้อยู่กับที่พัก ทำให้ยากที่จะติดต่อลูกค้าเก่าเพื่อชวนกลับมาพักซ้ำ การมีสัดส่วนการจองตรงที่มากพอจึงช่วยทั้งเรื่องกำไรและการเก็บฐานลูกค้าไว้ทำการตลาดในระยะยาว
ต้องมีอะไรบ้างถึงจะดึงคนให้จองตรงผ่านเว็บไซต์
คนจะยอมจองตรงต่อเมื่อเห็นว่าได้ประโยชน์มากกว่าหรืออย่างน้อยเท่ากับการจองผ่าน OTA สิ่งที่ที่พักควรเตรียมมีดังนี้
- เว็บไซต์ที่จองได้จริง โหลดเร็ว ดูข้อมูลห้องและราคาได้ชัด และจองจบในไม่กี่ขั้นตอน
- เหตุผลให้จองตรง เช่นสิทธิพิเศษที่ให้เฉพาะการจองผ่านเว็บ อย่างเช็กอินเร็วขึ้นหรือของต้อนรับ
- ช่องทางแชตที่ตอบไว เพราะลูกค้าไทยจำนวนมากชอบสอบถามก่อนตัดสินใจจอง
- รีวิวและภาพจริง ที่ทำให้คนมั่นใจว่าที่พักตรงปก
เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้พร้อม การยิงโฆษณาหรือทำ Local SEO เพื่อพาคนมายังเว็บไซต์ถึงจะเปลี่ยนเป็นยอดจองได้จริง
วางแคมเปญช่วง High Season และ Low Season ต่างกันยังไง
สองช่วงนี้มีเป้าหมายต่างกัน จึงไม่ควรใช้แคมเปญแบบเดียวกันตลอดปี
| ช่วงเวลา | เป้าหมายและแนวทาง |
|---|---|
| High Season | ห้องเต็มอยู่แล้ว โฟกัสที่การขายห้องราคาสูงขึ้นและบริการเสริม รวมถึงเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ทำการตลาดต่อ |
| Low Season | คนเดินทางน้อยลง โฟกัสที่แพ็กเกจกระตุ้นการจอง เช่นราคาพิเศษวันธรรมดา หรือดีลสำหรับลูกค้าในประเทศ |
การวางแผนล่วงหน้าช่วยให้ที่พักปรับงบโฆษณาขึ้นลงตามความต้องการจริง ไม่ใช่จ่ายเท่ากันทุกเดือนทั้งที่ผลลัพธ์ต่างกันมาก
ใช้ข้อมูลลูกค้าเก่าเพิ่มการจองซ้ำได้ยังไง
ลูกค้าที่เคยพักและประทับใจคือกลุ่มที่ปิดการขายซ้ำได้ง่ายกว่าลูกค้าใหม่ ที่พักที่เก็บข้อมูลการจองตรงไว้จึงมีข้อได้เปรียบตรงนี้
แนวทางง่ายๆ คือการส่งข้อเสนอกลับไปหาลูกค้าเก่าในจังหวะที่เหมาะ เช่นก่อนช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลที่คนนิยมเดินทาง โดยแบ่งกลุ่มตามพฤติกรรม เช่นคนที่เคยมาพักช่วงครอบครัวกับคนที่มาพักเพื่อทำงาน เนื้อหาและข้อเสนอที่ส่งไปจะได้ตรงกับความต้องการจริง ไม่ใช่ส่งข้อความเดียวกันให้ทุกคน
ให้ใครช่วยวางระบบการตลาดสำหรับที่พักดี
การเพิ่มการจองตรงต้องอาศัยหลายชิ้นทำงานพร้อมกัน ทั้งเว็บไซต์ที่จองได้จริง โฆษณาที่พาคนมาถูกช่วง และระบบเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ทำการตลาดซ้ำ ธุรกิจที่พักหลายแห่งจึงเลือกให้เอเจนซีที่เข้าใจธุรกิจท่องเที่ยวช่วยวางให้เป็นระบบ
Next Rocket เป็นเอเจนซีสาย Performance และ AI Marketing ในกรุงเทพฯ ทำงานด้านนี้ตั้งแต่ปี 2018 และช่วยแบรนด์วางระบบการตลาดจนสร้างมูลค่า Conversion รวมกว่า 150 ล้านบาท ทีมช่วยได้ตั้งแต่ปรับเว็บไซต์ให้จองง่าย วางแคมเปญตามฤดูกาล ไปจนถึงระบบดึงลูกค้าเก่ากลับมาจองซ้ำ หากอยากคุยรายละเอียดกับทีมงาน ปรึกษาทีม Next Rocket ได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
ควรเลิกใช้ OTA ไปเลยเพื่อให้คนจองตรงทั้งหมดไหม
ไม่แนะนำให้เลิกทันที เพราะ OTA ยังช่วยให้ที่พักถูกเจอโดยนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้จักแบรนด์มาก่อน แนวทางที่ยั่งยืนกว่าคือใช้ OTA เป็นช่องทางหาลูกค้าใหม่ แล้วค่อยๆ ดึงลูกค้าที่ประทับใจให้กลับมาจองตรงในครั้งถัดไป เพื่อเพิ่มสัดส่วนการจองตรงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ที่พักขนาดเล็กไม่กี่ห้องคุ้มไหมที่จะทำเว็บไซต์จองเอง
คุ้มถ้ามองระยะยาว เพราะทุกการจองตรงคือค่าคอมมิชชันที่ประหยัดได้และข้อมูลลูกค้าที่เก็บไว้ได้ ที่พักเล็กเริ่มจากเว็บไซต์ที่จองง่ายและช่องทางแชตที่ตอบไวก่อนได้ ไม่จำเป็นต้องมีระบบใหญ่ตั้งแต่แรก แล้วค่อยเพิ่มฟีเจอร์เมื่อยอดจองตรงเริ่มมากขึ้น
High Season ห้องเต็มอยู่แล้ว ยังต้องทำการตลาดอีกไหม
ยังควรทำ แต่เปลี่ยนเป้าหมาย ช่วงห้องเต็มเป็นจังหวะดีในการขายบริการเสริมหรือห้องระดับสูงขึ้น และเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ทำการตลาดช่วง Low Season การหยุดทำการตลาดตอน High Season ทำให้เสียโอกาสสร้างฐานลูกค้าที่จะช่วยพยุงยอดในช่วงที่คนเดินทางน้อย