Performance Marketing agency กับ Creative agency ต่างกันยังไง ต้องจ้างทั้งคู่ไหม
Performance Marketing agency กับ Creative agency ทำงานคนละหน้าที่กัน แม้หลายคนจะเข้าใจว่าเหมือนกัน Performance เน้นยิงโฆษณา วัดผลเป็นตัวเลข และปรับให้ได้ยอดขายหรือลีดคุ้มกับงบ ส่วน Creative เน้นคิดไอเดีย ออกแบบงานสื่อสาร และสร้างภาพจำให้แบรนด์ ธุรกิจเล็กที่งบจำกัดไม่จำเป็นต้องจ้างทั้งคู่พร้อมกัน บทความนี้อธิบายบทบาทของแต่ละฝั่งและแนะนำว่าควรเริ่มจากอะไรก่อน
Performance Marketing agency ทำอะไร
Performance Marketing agency โฟกัสที่ผลลัพธ์ที่วัดเป็นตัวเลขได้ งานหลักคือวางแผนและยิงโฆษณาบนแพลตฟอร์มต่างๆ แล้วปรับให้เงินแต่ละบาททำงานคุ้มค่าเท่าที่ข้อมูลจะพาไป
- เลือกกลุ่มเป้าหมายและช่องทางที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนดี
- ตั้งค่าและกระจายงบระหว่างแคมเปญ
- วัดผลด้วยตัวชี้วัด เช่นต้นทุนต่อการซื้อ ลีด หรือ ROAS
- ทดสอบและปรับต่อเนื่องเพื่อให้ตัวเลขดีขึ้น
พูดง่ายๆ ว่าฝั่งนี้ตอบคำถามว่ายิงเงินไปแล้วได้ยอดกลับมาเท่าไหร่ และจะทำให้คุ้มขึ้นได้ยังไง
Creative agency ทำอะไร
Creative agency โฟกัสที่ไอเดียและงานสื่อสารที่ทำให้คนจำแบรนด์ได้ งานหลักคือคิดคอนเซ็ปต์ ออกแบบภาพและข้อความ และวางโทนให้แบรนด์มีบุคลิกชัด
- คิดแคมเปญและข้อความหลักที่อยากให้คนจดจำ
- ออกแบบงานภาพ วิดีโอ และคอนเทนต์
- วางโทนและภาพจำให้แบรนด์ไปในทางเดียวกัน
- เล่าเรื่องให้คนรู้สึกเชื่อมโยงกับสินค้า
ฝั่งนี้ตอบคำถามว่าจะทำให้คนรู้สึกอย่างไรกับแบรนด์ และจะสื่อสารให้น่าจดจำได้ยังไง ซึ่งวัดเป็นตัวเลขตรงๆ ได้ยากกว่าฝั่ง Performance
สอง agency นี้ต่างกันตรงไหน
ความต่างหลักอยู่ที่เป้าหมายและวิธีวัดผล ทั้งสองฝั่งเสริมกันแต่ไม่ได้แทนกัน
| หัวข้อ | Performance | Creative |
|---|---|---|
| เป้าหมายหลัก | ยอดขาย ลีด ผลที่วัดได้ | ภาพจำและการสื่อสารแบรนด์ |
| วิธีวัดผล | ตัวเลขชัด เช่น ROAS | วัดตรงๆ ยากกว่า อิงการรับรู้ |
| งานที่ทำ | ยิงและปรับโฆษณา | คิดไอเดียและผลิตงาน |
| กรอบเวลาที่เห็นผล | เห็นเร็วกว่า | สะสมระยะยาว |
ที่จริงงานทั้งสองต้องพึ่งกัน โฆษณาที่ยิงเก่งแต่ครีเอทีฟไม่น่าสนใจก็ดึงคนได้ยาก ส่วนงานสวยที่ไม่มีคนคุมการยิงก็อาจไปไม่ถึงคนที่ใช่
ธุรกิจเล็กงบจำกัดควรเริ่มจ้างแบบไหนก่อน
ถ้างบมีจำกัดและต้องการยอดขายเข้ามาก่อน การเริ่มจากฝั่ง Performance มักเห็นผลเป็นตัวเลขเร็วกว่า เพราะวัดได้ว่าเงินที่ลงไปคืนกลับมาเท่าไหร่ ทำให้ตัดสินใจต่อได้ง่าย
แต่ถ้าแบรนด์ยังใหม่มากและไม่มีงานสื่อสารที่ชัดเลย โฆษณาที่ยิงออกไปก็อาจไม่มีอะไรให้คนจำ ทางสายกลางคือเริ่มจาก Performance เพื่อสร้างยอด พร้อมลงทุนกับครีเอทีฟพื้นฐานเท่าที่จำเป็นให้โฆษณามีของดีพอจะทำงาน แล้วค่อยขยายงานฝั่งแบรนด์เมื่อธุรกิจโตขึ้น
แล้วต้องจ้างทั้งคู่ไหม
ไม่จำเป็นต้องจ้างสองเจ้าแยกกันเสมอไป โดยเฉพาะช่วงที่งบยังจำกัด สิ่งที่สำคัญกว่าคือทั้งสองงานต้องคุยกันรู้เรื่องและไปในทิศทางเดียวกัน เพราะถ้าครีเอทีฟกับคนยิงโฆษณาต่างคนต่างทำ ผลมักออกมาไม่เต็มที่
ทางที่ช่วยลดปัญหานี้คือให้ทีมเดียวดูทั้งสองด้าน ทีม บริการของ Next Rocket ทำงานครบทั้งฝั่ง Performance และครีเอทีฟในทีมเดียว เราทำงานกับแบรนด์มากกว่า 50 แบรนด์ตั้งแต่ปี 2018 และช่วยธุรกิจสร้างมูลค่า Conversion รวมกว่า 150 ล้านบาท ทำให้ไอเดียกับการยิงโฆษณาเดินไปด้วยกันตั้งแต่ต้น
คำถามที่พบบ่อย
จ้าง Performance อย่างเดียวโดยไม่มีครีเอทีฟเลยได้ไหม
ได้ในระยะสั้น แต่โฆษณาก็ยังต้องมีภาพและข้อความให้ยิง ถ้าไม่มีครีเอทีฟที่ดีพอ ผลลัพธ์มักถูกจำกัดเพราะคนไม่สะดุดตากับงาน ทางที่ดีคืออย่างน้อยมีครีเอทีฟพื้นฐานที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
งานครีเอทีฟวัดผลเป็นตัวเลขไม่ได้เลยจริงไหม
วัดตรงๆ ได้ยากกว่าฝั่ง Performance แต่ก็พอมีสัญญาณให้ดู เช่นการมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ การจำแบรนด์ได้ หรือแนวโน้มคนค้นหาชื่อแบรนด์ ควรมองเป็นผลระยะยาวมากกว่าตัดสินจากตัวเลขวันเดียว