บทความ

Performance Marketing ในกรุงเทพฯ ต่างจากต่างจังหวัดยังไง

อัปเดตล่าสุด: สิงหาคม 2569 · โดยทีม Next Rocket

Performance Marketing ในกรุงเทพฯ ต่างจากต่างจังหวัดตรงที่การแข่งขันสูงกว่า ต้นทุนต่อผลลัพธ์มักแพงกว่า และพฤติกรรมผู้บริโภคก็ต่างกันทั้งช่องทางที่ใช้และความเร็วในการตัดสินใจซื้อ ผลคือแคมเปญชุดเดียวกันที่ได้ผลดีในเมืองอาจได้ผลไม่เท่ากันเมื่อยิงไปต่างจังหวัด และในทางกลับกันก็เช่นกัน บทความนี้อธิบายความต่างที่ธุรกิจต้องเข้าใจก่อนวางแผนงบและกลยุทธ์ตามพื้นที่

การแข่งขันและต้นทุนต่างกันยังไงระหว่างเมืองกับต่างจังหวัด

กรุงเทพฯ เป็นตลาดที่มีธุรกิจหนาแน่นและกำลังซื้อกระจุกตัวสูง ทำให้หลายแบรนด์แย่งกลุ่มเป้าหมายเดียวกันบนแพลตฟอร์มโฆษณา ต้นทุนต่อคลิกและต่อผลลัพธ์จึงมักสูงกว่า ส่วนต่างจังหวัดการแข่งขันในบางหมวดสินค้ายังเบากว่า ต้นทุนต่อการเข้าถึงจึงอาจถูกกว่า

ประเด็นที่ต่างกันชัด

สิ่งเหล่านี้ทำให้การตั้งงบและการตั้งเป้าต้นทุนต่อผลลัพธ์ควรแยกตามพื้นที่ ไม่ใช่ใช้ตัวเลขเดียวทั้งประเทศ

พฤติกรรมผู้บริโภคในสองตลาดนี้ต่างกันตรงไหน

ผู้บริโภคในกรุงเทพฯ มักคุ้นกับการซื้อของออนไลน์ เทียบราคาหลายร้าน และตัดสินใจค่อนข้างเร็ว ส่วนหลายพื้นที่ต่างจังหวัดยังให้น้ำหนักกับความไว้ใจ การบอกต่อจากคนรู้จัก และการทักแชทคุยก่อนซื้อมากกว่า

ความต่างที่ควรรู้

ถ้าใช้ข้อความโฆษณาและภาพชุดเดียวกันทั้งประเทศ โอกาสที่บางพื้นที่จะไม่อินก็สูง เพราะบริบทชีวิตและสิ่งที่ให้ความสำคัญไม่เหมือนกัน

ทำไมกลยุทธ์เดียวกันถึงได้ผลไม่เท่ากันในสองพื้นที่

Performance Marketing ทำงานบนสมมติฐานว่าเรารู้ว่ากลุ่มเป้าหมายคือใคร อยู่ที่ไหน และตอบสนองต่ออะไร เมื่อพื้นที่ต่างกัน ตัวแปรเหล่านี้เปลี่ยนหมด กลยุทธ์ที่ปรับจูนมาสำหรับคนเมืองจึงไม่ได้แปลว่าจะเวิร์กกับต่างจังหวัดเสมอไป

สาเหตุหลักที่ผลต่างกัน

ปัจจัยผลต่อแคมเปญ
ระดับการแข่งขันพื้นที่แข่งสูงดันต้นทุนต่อผลลัพธ์ขึ้น ทำให้ ROAS ต่างกัน
ช่องทางที่ลูกค้าใช้ยิงผิดช่องทางในบางพื้นที่ทำให้เข้าถึงคนที่ใช่ได้น้อย
รูปแบบคอนเทนต์ข้อความที่โดนใจคนเมืองอาจไม่สื่อกับคนต่างจังหวัด
วิธีตัดสินใจซื้อบางพื้นที่ต้องใช้เวลาสร้างความไว้ใจก่อนปิดการขาย

เข้าใจตรงนี้จะช่วยให้ไม่ตีความว่าแคมเปญล้มเหลว ทั้งที่จริงแค่ยังไม่ได้ปรับให้เข้ากับพื้นที่

ธุรกิจควรวางแผนตามพื้นที่ยังไง

แนวทางที่ใช้ได้จริงคือแยกแคมเปญตามพื้นที่ตั้งแต่ต้น เพื่อให้วัดผลและปรับได้อิสระ ไม่เอาทุกอย่างมารวมกันจนมองไม่ออกว่าพื้นที่ไหนคุ้มหรือไม่คุ้ม

  1. แยกกลุ่มเป้าหมายและงบตามพื้นที่ แล้วตั้งเป้าต้นทุนต่อผลลัพธ์ให้เหมาะกับการแข่งขันของแต่ละที่
  2. ปรับข้อความและภาพให้เข้ากับบริบทของคนในพื้นที่นั้น
  3. เลือกช่องทางตามที่ลูกค้าในพื้นที่ใช้จริง ไม่ยึดช่องทางเดียวทั้งประเทศ
  4. ทดสอบพื้นที่เล็กก่อนขยายงบ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดา

เมื่อวางแบบนี้ ธุรกิจจะเห็นชัดว่าพื้นที่ไหนควรเพิ่มงบ พื้นที่ไหนควรปรับก่อน แทนที่จะเหมารวมแล้วสรุปผิด

อยากปรับกลยุทธ์ตามพื้นที่เป้าหมายจริง เริ่มยังไง

เริ่มจากแยกข้อมูลผลลัพธ์ตามพื้นที่ที่ธุรกิจขายอยู่ แล้วดูว่าต้นทุนต่อผลลัพธ์และอัตราการปิดการขายในแต่ละที่ต่างกันแค่ไหน จากนั้นค่อยออกแบบแคมเปญแยกตามบริบทของแต่ละพื้นที่

Next Rocket เป็นเอเจนซีสาย Performance และ AI Marketing ในกรุงเทพฯ ทำงานกับแบรนด์ไทยมาตั้งแต่ปี 2018 ดูแลมาแล้วกว่า 50 แบรนด์ และสร้างมูลค่าคอนเวอร์ชันรวมกว่า 150 ล้านบาท เราปรับกลยุทธ์ตามพื้นที่เป้าหมายจริงของลูกค้า ทั้งการตั้งงบ การเลือกช่องทาง และการทำคอนเทนต์ให้เข้ากับบริบทของแต่ละตลาด หากธุรกิจของคุณขายทั้งในเมืองและต่างจังหวัด บริการของ Next Rocket พร้อมช่วยวางแผนแยกพื้นที่ให้ หรือ ปรึกษาทีม Next Rocket เพื่อคุยรายละเอียดตลาดเป้าหมายของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมแคมเปญที่เวิร์กในกรุงเทพฯ ถึงไม่เวิร์กในต่างจังหวัด

<p>เพราะการแข่งขัน ต้นทุน ช่องทางที่ลูกค้าใช้ และวิธีตัดสินใจซื้อในแต่ละพื้นที่ต่างกัน ข้อความและภาพที่โดนใจคนเมืองอาจไม่สื่อกับคนต่างจังหวัด จึงควรปรับให้เข้ากับบริบทของพื้นที่ ไม่ใช่ใช้ชุดเดียวทั้งประเทศ</p>

ควรใช้งบเท่ากันทุกพื้นที่ไหม

<p>ไม่ควร เพราะต้นทุนต่อผลลัพธ์และโอกาสปิดการขายในแต่ละพื้นที่ต่างกัน ควรแยกงบและตั้งเป้าตามการแข่งขันของแต่ละที่ แล้วทดสอบพื้นที่เล็กก่อนขยายงบเพื่อลดความเสี่ยง</p>

ต้นทุนโฆษณาในต่างจังหวัดถูกกว่ากรุงเทพฯ เสมอไหม

<p>ไม่เสมอไป โดยรวมบางหมวดสินค้าในต่างจังหวัดแข่งกันเบากว่าจึงอาจต้นทุนถูกกว่า แต่ก็ขึ้นกับหมวดสินค้าและช่วงเวลา บางพื้นที่หรือบางสินค้าก็แข่งกันสูงเช่นกัน ต้องดูข้อมูลจริงของแต่ละแคมเปญ</p>

พร้อมเริ่มแล้วหรือยัง

ให้ทีม Next Rocket ช่วยวางแผนและลงมือทำให้ธุรกิจของคุณเติบโต

ติดต่อเรา