บทความ

โครงสร้างบัญชี Google Ads ควรวางยังไงให้จัดการง่ายเมื่อธุรกิจโตขึ้น

อัปเดตล่าสุด: สิงหาคม 2569 · โดยทีม Next Rocket

โครงสร้างบัญชี Google Ads ที่จัดการง่ายเริ่มจากการแบ่งเป็น 3 ชั้นให้ชัดตั้งแต่วันแรก คือ Account, Campaign และ Ad Group โดยจัดกลุ่มตามเป้าหมาย ประเภทสินค้า หรือพื้นที่ ไม่ใช่ยัดทุกอย่างไว้ในแคมเปญเดียว วิธีคิดง่ายๆ คือวางเหมือนตู้เก็บเอกสารที่มีลิ้นชักและแฟ้มแยกชัดเจน พอธุรกิจโตขึ้นแล้วเพิ่มสินค้าหรือสาขา ก็แค่เพิ่มแคมเปญใหม่เข้าไป ไม่ต้องมารื้อของเก่าทั้งหมด บทความนี้อธิบายว่าแต่ละชั้นทำหน้าที่อะไร และควรวางยังไงให้รองรับการขยายในอนาคต

โครงสร้างบัญชี Google Ads มีกี่ชั้น แต่ละชั้นทำหน้าที่อะไร

บัญชี Google Ads แบ่งเป็น 3 ชั้นหลักที่ซ้อนกันลงมา

เข้าใจง่ายๆ ว่า Campaign คือการตั้งงบและขอบเขต ส่วน Ad Group คือการจัดกลุ่มคำค้นและข้อความให้ตรงกัน คนที่ค้นคำต่างกันจะได้เห็นโฆษณาที่ตรงกับสิ่งที่เขาหา

ทำไมต้องวางโครงสร้างให้ดีตั้งแต่วันแรก

เหตุผลหลักคือ Google ต้องใช้ข้อมูลสะสมในการเรียนรู้ว่าโฆษณาไหนได้ผล ถ้าโครงสร้างสับสนตั้งแต่แรก ข้อมูลจะกระจัดกระจายจนอ่านผลไม่ออก และเวลาต้องปรับงบก็ไม่รู้ว่าควรเพิ่มตรงไหน

อีกเรื่องคือการรื้อโครงสร้างทีหลังมีต้นทุน เพราะแคมเปญที่สะสมข้อมูลมานานถ้าลบทิ้งแล้วสร้างใหม่ ระบบก็ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ยิ่งธุรกิจโตเร็วเท่าไหร่ การมาแก้ทีหลังยิ่งยุ่งและเสียเวลามากขึ้น การวางให้ดีตั้งแต่ต้นจึงประหยัดกว่าในระยะยาว

ควรแบ่ง Campaign และ Ad Group ตามอะไร

หลักที่ใช้ได้กับธุรกิจส่วนใหญ่คือแบ่งตามสิ่งที่คุณอยากควบคุมงบและอ่านผลแยกกัน

ส่วน Ad Group ภายในแคมเปญ ให้แยกตามธีมของคีย์เวิร์ด คำที่ความหมายใกล้กันอยู่กลุ่มเดียวกัน เพื่อให้เขียนข้อความโฆษณาได้ตรงกับคำค้นจริง

ตั้งชื่อแคมเปญยังไงให้อ่านผลง่ายตอนธุรกิจโต

ตั้งชื่อแบบมีรูปแบบเดียวกันทั้งบัญชี จะช่วยให้เปิดหน้ารายงานแล้วเข้าใจทันทีว่าแต่ละแคมเปญคืออะไร ลองใช้โครงแบบนี้

[ประเภท] - [สินค้า/บริการ] - [พื้นที่] - [เป้าหมาย] เช่น Search - รองเท้าวิ่ง - กทม - ยอดขาย

ข้อดีคือเวลามีหลายสิบแคมเปญ คุณกรองและเรียงดูได้ง่าย และคนใหม่ที่เข้ามาดูแลต่อก็เข้าใจโครงสร้างได้เร็วโดยไม่ต้องมาถามทีละอัน ตกลงรูปแบบชื่อกับทีมให้ชัดตั้งแต่วันแรกและใช้เหมือนกันทุกครั้ง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ต้องมารื้อโครงสร้างทีหลัง

สามข้อที่เจอบ่อยและทำให้ต้องมาแก้ทีหลัง

ทั้งสามข้อนี้ป้องกันได้ตั้งแต่ต้นด้วยการวางแผนก่อนสร้างแคมเปญจริง แค่ใช้เวลาคิดโครงสร้างสักหน่อยก็ช่วยประหยัดเวลาแก้ทีหลังได้มาก

Next Rocket ช่วยวางโครงสร้างบัญชีให้รองรับการเติบโตยังไง

การวางโครงสร้างที่รองรับการโตต้องคิดล่วงหน้าว่าอีกหนึ่งถึงสองปีข้างหน้าธุรกิจจะเพิ่มสินค้าหรือสาขาอะไรบ้าง แล้วออกแบบให้เพิ่มเข้าไปได้โดยไม่กระทบของเดิม จุดนี้คือสิ่งที่ประสบการณ์ช่วยได้ Next Rocket ทำงานด้านนี้มาตั้งแต่ปี 2018 และดูแลแคมเปญให้แบรนด์มากกว่า 50 แบรนด์ จึงเห็นรูปแบบว่าธุรกิจแต่ละประเภทควรวางโครงสร้างแบบไหนถึงจะโตต่อได้ง่าย

ถ้าคุณกำลังจะเริ่มทำ Google Ads หรือรู้สึกว่าบัญชีเดิมเริ่มยุ่งจนอ่านผลไม่ออก บริการของ Next Rocket ช่วยจัดโครงสร้างบัญชีใหม่ให้เป็นระบบ หรือ ปรึกษาทีม Next Rocket เพื่อประเมินโครงสร้างปัจจุบันก่อนขยายในขั้นต่อไป

คำถามที่พบบ่อย

หนึ่งธุรกิจควรมีกี่บัญชี Google Ads

ปกติใช้บัญชีเดียวก็พอสำหรับธุรกิจทั่วไป เพราะจัดการงบและดูผลรวมได้ในที่เดียว การแยกหลายบัญชีเหมาะกับกรณีที่มีหลายธุรกิจหรือหลายแบรนด์ที่แยกการเงินกันชัดเจนเท่านั้น

ถ้าโครงสร้างเดิมสับสนแล้ว ควรรื้อทำใหม่เลยไหม

ไม่จำเป็นต้องรื้อทั้งหมดในครั้งเดียว เพราะจะเสียข้อมูลที่สะสมมา แนะนำให้ค่อยๆ จัดใหม่ทีละแคมเปญ โดยเริ่มจากส่วนที่สับสนก่อน แล้วดูผลเทียบระหว่างทาง

Ad Group หนึ่งควรมีคีย์เวิร์ดกี่คำ

ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่หลักคือให้คำในกลุ่มเดียวกันมีความหมายใกล้เคียงกันพอที่จะเขียนข้อความโฆษณาชุดเดียวให้ตรงกับทุกคำได้ ถ้าเริ่มเขียนข้อความให้ครอบคลุมยาก แปลว่าควรแยก Ad Group เพิ่ม

พร้อมเริ่มแล้วหรือยัง

ให้ทีม Next Rocket ช่วยวางแผนและลงมือทำให้ธุรกิจของคุณเติบโต

ติดต่อเรา