ค่าจ้าง SEO agency ราคาเท่าไหร่ คิดค่าบริการแบบไหนบ้าง
ค่าจ้าง SEO agency ในไทยไม่มีราคากลางตายตัว เพราะแต่ละเจ้าคิดค่าบริการคนละแบบและอิงกับขอบเขตงานที่ต่างกัน รูปแบบที่พบบ่อยมีสามแบบหลัก คือคิดเป็นรายเดือนแบบเหมารวม คิดตามจำนวนคีย์เวิร์ดที่ต้องการดันอันดับ และคิดตามผลงานที่วัดได้จริง ราคาจึงขึ้นอยู่กับว่าเว็บของคุณเริ่มจากจุดไหน คีย์เวิร์ดแข่งกันหนักแค่ไหน และอยากให้ทีมทำอะไรให้บ้าง บทความนี้สรุปให้เห็นภาพว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไรและมีอะไรเป็นตัวกำหนดราคา
SEO agency คิดค่าบริการแบบไหนบ้าง
รูปแบบการคิดเงินของ SEO agency ในตลาดแบ่งได้เป็นไม่กี่กลุ่มหลัก แต่ละแบบเหมาะกับเป้าหมายและงบที่ต่างกัน
| รูปแบบ | คิดเงินยังไง | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| รายเดือนแบบเหมารวม | จ่ายคงที่ต่อเดือน ครอบคลุมงานหลายส่วน | ธุรกิจที่อยากทำ SEO ต่อเนื่องระยะยาว |
| ตามจำนวนคีย์เวิร์ด | คิดตามจำนวนคำที่ต้องการดันอันดับ | ธุรกิจที่โฟกัสคีย์เวิร์ดเฉพาะกลุ่ม |
| ตามผลงานที่วัดได้ | จ่ายเมื่อคีย์เวิร์ดขึ้นถึงอันดับที่ตกลงไว้ | คนที่อยากผูกค่าใช้จ่ายกับผลลัพธ์ |
| โปรเจกต์ครั้งเดียว | จ่ายรอบเดียวสำหรับงานเฉพาะ เช่นตรวจเว็บ | ธุรกิจที่อยากแก้ปัญหาเป็นจุด |
หลายเจ้าใช้มากกว่าหนึ่งแบบผสมกัน เช่นคิดรายเดือนเป็นฐานแล้วบวกงานพิเศษเป็นโปรเจกต์ ทางที่ดีคือถามให้ชัดว่าค่าบริการที่เสนอมารวมงานอะไรบ้าง
อะไรทำให้ราคา SEO ต่างกันมาก
เว็บสองเว็บที่ขอบเขตงานเท่ากันอาจได้ราคาต่างกันหลายเท่า เพราะราคา SEO ขึ้นกับหลายปัจจัยที่มองไม่เห็นตอนแรก
- ระดับการแข่งขันของคีย์เวิร์ด คำที่คนแย่งกันติดหน้าแรกเยอะต้องใช้แรงและเวลามากกว่า
- สภาพเว็บปัจจุบัน เว็บที่มีปัญหาทางเทคนิคเยอะต้องแก้ฐานก่อนถึงจะดันอันดับได้
- ปริมาณคอนเทนต์ที่ต้องผลิต ยิ่งต้องเขียนบทความมาก ต้นทุนก็สูงตาม
- งาน off-page เช่นการสร้างลิงก์คุณภาพ ซึ่งใช้เวลาและทรัพยากร
- จำนวนคนและชั่วโมงที่ทีมทุ่มให้โปรเจกต์ของคุณ
พูดง่ายๆ ว่าราคาสะท้อนปริมาณงานจริงที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่แค่ตัวเลขหน้าใบเสนอราคา ก่อนเทียบราคาหลายเจ้าจึงควรเทียบขอบเขตงานให้อยู่บนมาตรฐานเดียวกันด้วย
จ่ายรายเดือนกับจ่ายตามผลงาน แบบไหนเหมาะกับใคร
สองรูปแบบนี้เป็นที่ถกกันบ่อย เพราะให้ความรู้สึกเรื่องความเสี่ยงต่างกัน แบบรายเดือนคือจ่ายค่าดูแลต่อเนื่องไม่ว่าอันดับจะขึ้นเร็วหรือช้า ข้อดีคือทีมทำงานได้เต็มที่ทุกส่วนตั้งแต่เทคนิคจนถึงคอนเทนต์ ข้อควรรู้คือคุณจ่ายก่อนเห็นผลชัด
แบบตามผลงานคือจ่ายเมื่อคีย์เวิร์ดขึ้นถึงอันดับที่ตกลงไว้ ฟังดูเสี่ยงน้อยกว่า แต่มีข้อควรระวังคือบางเจ้าอาจเลือกดันเฉพาะคำที่แข่งขันต่ำเพื่อให้ถึงเป้าเร็ว ซึ่งอาจไม่ใช่คำที่พาลูกค้ามาซื้อจริง ก่อนเลือกแบบนี้ควรตกลงให้ชัดว่าวัดจากคีย์เวิร์ดกลุ่มไหนและวัดที่ยอดขายหรือแค่อันดับ
ราคาต่ำไว้ก่อนคุ้มจริงไหม
ค่าบริการที่ถูกกว่าคนอื่นมากมักมาพร้อมข้อแลกเปลี่ยนบางอย่าง SEO เป็นงานที่ใช้เวลาและแรงคนจริง ถ้าราคาต่ำผิดปกติ มักหมายความว่างานบางส่วนถูกลดทอนหรือใช้วิธีลัดที่เสี่ยง
- การซื้อลิงก์จำนวนมากแบบไม่มีคุณภาพ ซึ่งอาจทำให้เว็บเสียอันดับในระยะยาว
- คอนเทนต์ที่ผลิตเร็วแต่ไม่ตอบโจทย์คนอ่านจริง
- รายงานที่ดูสวยแต่ไม่เชื่อมกับยอดขาย
ทางที่ปลอดภัยกว่าคือดูว่าเงินที่จ่ายไปแลกกับงานอะไรบ้าง แล้วเทียบกับเป้าหมายธุรกิจ ไม่ใช่ตัดสินจากตัวเลขค่าบริการอย่างเดียว
ควรประเมินงบ SEO ยังไงให้เหมาะกับธุรกิจ
เริ่มจากตั้งเป้าให้ชัดก่อนว่าอยากได้อะไรจาก SEO เช่นเพิ่มยอดสั่งซื้อจากคำค้นหาที่คนตั้งใจซื้อ หรือสร้างคอนเทนต์ให้คนรู้จักแบรนด์ จากนั้นค่อยดูว่าคีย์เวิร์ดกลุ่มนั้นแข่งขันแค่ไหนและเว็บต้องแก้อะไรบ้าง ตัวเลขงบที่เหมาะจะโผล่มาเองเมื่อเห็นภาพงานทั้งหมด
ถ้าอยากได้คนช่วยประเมินและเสนอราคาตามเป้าหมายจริง ทีม บริการของ Next Rocket ทำงานกับแบรนด์มากกว่า 50 แบรนด์ตั้งแต่ปี 2018 และช่วยธุรกิจสร้างมูลค่า Conversion รวมกว่า 150 ล้านบาท เราดูสภาพเว็บและเป้าหมายของคุณก่อน แล้วเสนอขอบเขตงานกับราคาให้ตรงกับสิ่งที่ธุรกิจต้องการจริง
คำถามที่พบบ่อย
SEO ต้องจ่ายต่อเนื่องนานแค่ไหนถึงเห็นผล
SEO เป็นงานสะสม ผลมักค่อยๆ ขึ้นตามเวลาไม่ใช่พุ่งทันที ช่วงแรกจึงเป็นการวางฐานและเก็บข้อมูล หลายธุรกิจเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของอันดับและทราฟฟิกหลังทำต่อเนื่องมาระยะหนึ่ง จึงควรมองเป็นการลงทุนระยะยาวมากกว่าจ่ายครั้งเดียวจบ
จ้าง SEO agency กับทำเองในทีม ต่างกันตรงไหน
ทำเองประหยัดค่าบริการแต่ต้องมีคนที่รู้ทั้งเทคนิค คอนเทนต์ และการวัดผล ซึ่งใช้เวลาเรียนรู้ ส่วนการจ้าง agency คือจ่ายเพื่อทีมที่มีประสบการณ์และเครื่องมือพร้อม ธุรกิจที่คนในทีมมีงานหลักล้นมืออยู่แล้วมักคุ้มกับการจ้างมากกว่า
ราคาที่แต่ละเจ้าเสนอมาเทียบกันตรงๆ ได้เลยไหม
เทียบตรงๆ ไม่ได้ถ้าขอบเขตงานต่างกัน บางใบเสนอราคารวมคอนเทนต์และงานเทคนิคครบ บางใบคิดเฉพาะการดันอันดับ ก่อนเทียบราคาควรขอรายละเอียดว่างานแต่ละส่วนรวมอะไรบ้าง แล้วค่อยเทียบบนมาตรฐานเดียวกัน